ยังจำฤดูกาลอันมหัศจรรย์ของ Leicester City ได้หรือไม่? และกับ Chelsea ทีมแชมป์ในฤดูกาล 2016-17 ที่เพิ่งจบไปนี้ คุณเห็นอะไรบางอย่างที่เหมือนกันมั้ย..? ถ้ายังไม่สังเกตุ ผมจะเฉลยให้..  ‘เอ็นโกโล่ กองเต้’

ในเกมส์ฟุตบอลสมัยใหม่ (ในช่วง 20 ปีหลัง) โดยเฉพาะอย่างยิ่ง ฟุตบอลพรีเมียร์ลีกอังกฤษนั้น การขับเคลื่อนเกมส์ในแดนกลางนั้นเป็นหัวใจสำคัญของจังหวะเกมส์ ถ้าเราสังเกตุในช่วง 20 ปีหลังที่ผ่านมา ไม่ว่าจะเป็นมาเกเลเล่ของ Chelsea , รอย คีน ของ Man Utd , แพทริก วิเอร่า ของ Arsenal , ยาย่า ตูเร่ ของ Manchester City , เอ็นโกโล่ กองเต้ ของทั้ง Chelsea และ Leicester City  หรือแม้กระทั่งในยุคที่ Liverpool ยังเป็นขาประจำของยูฟ่า แชมป์เปี้ยนลีก ก็มีกองกลางระดับพระกาฬอย่าง ฮาเวียร์ มาเชราโน่

คำถามคือ ทำไมในตำแหน่งนี้ถึงมีความสำคัญ?

ลองนึกภาพดูว่าในตำแหน่งมิดฟิลด์ตัวกลาง โดยเฉพาะนักเตะที่มีหน้าที่คุมจังหวะเกมส์ เปลี่ยนรับเป็นรุก หรือเปลี่ยนรุกเป็นรับนั้นสำคัญแค่ไหน

ผมขออนุญาตยกตัวอย่างของเอ็นโกโล่ กองเต้ นักเตะที่เป็นคีย์แมนสำคัญของ Chelsea ทีมแชมป์ในฤดูกาลนี้ โดยในฤดูกาลนี้นั้น กองเต้ลงเล่นให้ Chelsea ไปทั้งหมด 72 นัด ทำได้ 2 ประตู โดยเมื่อกองเต้ลงเล่น ทีมชนะไปถึง 50 นัด

นักเตะในตำแหน่งนี้จะยืนอยู่ตรงกลางสนามค่อนไปทางหลัง โดยยืนอยู่หน้าแผงหลัง หรืออย่างในทีม Chelsea ที่เล่นแผน 3-4-2-1 เป็นหลักในฤดูกาลนี้ กองเต้นั้นยืนกลางคู่กับเชส ฟราเบกาส ซึ่งเชสนั้นรับหน้าที่ในการเล่นเกมส์รุก ทำหน้าที่เป็น Deep-lying Playmaker อยู่ข้างหลังเปโดรและอาร์ซาร์ ทำให้หน้าที่หลักในการเล่นเกมส์รับนั้นเป็นของกองเต้

ที่สำคัญคือ กองเต้นั้นไม่ได้เด่นแค่ในเกมส์รับอย่างเดียว

แม้ว่ากองเต้จะได้รับหน้าที่หลักในการสกรีนเกมส์และทำลายเกมส์แดนกลางของคู่แข่ง แต่เขายังมีประสิทธิภาพคุมจังหวะเกมส์ รวมไปถึงเปลี่ยนรับเป็นรุกด้วย แม้ว่าในทีมนั้นจะมีอาร์ซาร์ เปโดร ที่ทำหน้าที่สร้างสรรค์เกมส์ในแนวดิ่งกลางสนามแล้วก็ตาม แต่ประสิทธิของกองเต้ยังสามารถเป็นกำลังเสริมสำคัญของทีมได้

[wp_show_posts id=”865″]

สถิติส่วนตัวของกองเต้

ในการเล่นเกมส์รับของกองเต้นั้น มีสถิติที่ค่อนข้างดี โดยดูได้จากตารางดังนี้

[table id=1 /]

เห็นได้ชัดว่า กองเต้นั้นสกัดบอล (Tackles) ได้ถึง 302 ครั้ง สกัดบอลสำเร็จ (Tackle Success) ได้ถึง 69% ลองจินตนาการว่า ในจำนวน 302 ครั้งของการทำเกมส์รุกของคู่ต่อสู้นั้น จะเป็นประตูเท่าไหร่ถ้าสามารถผ่านกองเต้ได้

ย้อนกลับมามองที่ Liverpool ของเรา ในฤดูกาลนี้ (จริงๆก็หลายฤดูกาลแล้ว) ที่เราไม่ได้มีกองกลางที่เป็นห้องเครื่องของทีมแบบนี้ รายสุดท้ายที่นึกได้คงเป็นมาเชราโน่เลยมั้ง โดยคนที่รับหน้าที่นี้ชั่วคราว คือ เอ็มเร่ ชาน ลองมาดูสถิติในเกมส์รับของชานกันครับ

[table id=3 /]

เมื่อดูจากสถิติการเล่นเกมส์รับของชานนั้น แม้ว่าเปอร์เซ็นการสกัดบอลสำเร็จ (Tackle Success)จะสูงถึง 82% แต่นั่นเป็นเปอร์เซ็นที่มาจากการสกัดบอลแค่ 223 ครั้ง น้อยกว่ากองเต้ประมาณ 80 ครั้ง นอกจากนี้ หากเราย้อนกลับไปนึกถึงสไตล์การเล่นของเอ็มเร่ ชานนั้น จะพบว่า หลายครั้งที่เขากล้าเล่นมากเกินไป ด้วยทักษะที่เขามี การเลี้ยงบอล การพาบอลไปข้าง ทักษะการยิง ทำให้เขาเหมาะกับการเล่นเกมส์รุกมากกว่า และเมื่อคล็อปป์จับมารับหน้าที่สกรีนเกมส์ ทำให้เขาทำได้ไม่ดีเท่าที่ควร และยังทำเสียประตูอีก (Errors Leading To Goal) 3 ครั้ง

แล้วเกอิต้าดียังไง..?

 

ในแผนการเล่นที่คล็อปป์ใช้ตลอดฤดูกาลที่ผ่านมานั้น คือ 4-3-3 โดยปีกซ้ายขวาคือมาเน่และคูติญโย่ ในขณะที่ตรงกลางก็ตามมีตามเกิด แล้วแต่ว่าใครจะเจ็บไม่เจ็บ โดยวนเวียนไประหว่างลัลลาน่า, ไวจ์นาดุม, เฮนเดอร์สัน, ชาน และ ลูคัส

แม้ว่าในฤดูกาลหน้านั้น มีความเป็นไปได้ว่าคล็อปป์จะขยับคูติญโย่มาเล่นตรงกลาง แต่การมีห้องเครื่องในระดับเดียวกับกองเต้คอยรองให้คูติญโย่นั้น จะทำให้เกมส์แดนกลางไหลลื่นขึ้น

เกอิต้านั้น มีสไตล์การเล่นที่ดุดัน แข็งแกร่ง กล้าพาบอลลุยไปข้างหน้า และสามารถเปลี่ยนรับเป็นรุกได้อย่างง่ายดาย

ไม่เป็นที่สงสัยเลยว่า นาบี้ เกอิต้านั้น จะมาเติมเต็มตรงกลางของ Liverpool ได้ดีแค่ไหน มีแค่อย่างเดียวที่ยังเป็นคำถามคือ ลายเซ็นของเกอิต้านั้น จะเป็นของ Liverpool ในฤดูกาลหน้าหรือไม่..?

 

ข้อมูลทางสถิติของชานและกองเต้ จาก :  www.premierleague.com