คุณรู้จักชื่อเหล่านี้หรือไม่? เซอร์จิโอ้ อะกูวเอโร่, คาร์ลอซ เตเบซ, ราฟาเอล ฟาน เดอ ฟาร์ท, เอดอง อาร์ซาร์, วินเลี่ยน, โมฮัมเหม็ด ซาลาห์, เดลี่ อัลลี่, เมซุส โอซิล, อะเล็กซิส ซานเชส

นี่คือชื่อบรรดานักเตะที่ Liverpool เคยพยายามจะซื้อตัว ก่อนที่พวกเขาจะเลือกปลายทางที่อื่น ที่ไม่ใช่ Liverpool ลองจินตนาการดูว่า Liverpool วันนี้จะเป็นทีมแบบไหน ถ้าได้ตัวนักเตะเหล่านี้มาตามเป้าหมาย อย่างไรก็ตาม อดีตก็คืออดีต เราคงไม่สามารถเปลี่ยนแปลงมันได้ แต่วันนี้ เราจะมาย้อนรอยดูเหตุการณ์พลาดนักเตะคนสำคัญในตอนนั้นกันว่า เพราะเหตุใด เราจึงพลาดนักเตะดีๆเหล่านี้ไปได้

 

ราฟาเอล ฟาน เดอ ฟาร์ท

 

ในปีฤดูร้อนปี 2010 Liverpool เพิ่งปิดฉากฤดูกาล 2009-10 ด้วยการจบอันดับ 7 ต้องเผชิญกับช่องโหว่ตรงกลาง เมื่อต้องปล่อยฮาเวียร์ มาเชราโน่ให้กับ FC Barcelona ไปด้วยค่าตัวราว 18.5 ล้านปอนด์ โดย รอย ฮอดจ์สัน ผู้จัดการทีมที่เพิ่งถูกแต่งตั้งแทนราฟาเอล เบนิเตซ วางแผนจะให้สตีเฟ่น เจอร์ราร์ด ถอยลงไปเล่นในตำแหน่งมิดฟิลด์ตัวรับแทนมาเชราโน่ และพยายามควานหามิดฟิลด์ตัวรุก มารับบทบาทที่เจอร์ราร์ดเคยทำในตำแหน่งนั้น

ในขณะที่ราฟาเอล ฟาน เดอ ฟาร์ทเริ่มไม่มีความสุขกับ Real Madrid โดยกระแสข่าวเริ่มโหมขึ้นเรื่อยๆในช่วงเดือนพฤษภาคม 2010 ซึ่งในตำแหน่งการเล่นและความสามารถของเขานั้น สามารถตอบโจทย์ความต้องการของทีมได้พอดี Liverpool ก็เริ่มโฟกัสไปที่ดาวเตะจากแดนกังหันทันที โดยคู่แข่งในขณะนั้นของ Liverpool คือ Manchester City

อย่างไรก็ตาม Liverpool ของปู่รอย ฮอดจ์สัน ได้เบนเข็มจากฟาน เดอ ฟาร์ท เป็นเซ็นสัญญากับราอูล ไมราเลส ด้วยค่าตัว 11.5 ล้านปอนด์ ทำให้ในวันสุดท้ายของตลาดซื้อขายนักเตะ ฟาน เดอ ฟาร์ท ได้ย้ายไปร่วมทีม Tottenham ด้วยค่าตัวเพียงแค่ 8 ล้านปอนด์

ฟาน เดอ ฟาร์ท ค้าแข่งอยู่กับ Tottenham ได้ 2 ปี ลงเล่นในพรีเมียร์ลีกไป 57 นัด ยิงได้ 24 ประตูและถูกขายให้ Hamburg ด้วยราคา 10.3 ล้านปอนด์

ในขณะที่ไมราเลส นักเตะที่ปู่รอยเลือก อยู่กับ Liverpool เพียงแค่หนึ่งปี ลงเล่น 32 นัด ยิงได้ 5 ประตู และถูกขายให้ Chelsea ด้วยค่าตัวที่ไม่เปิดเผยในปีถัดมา

 

เซอร์จิโอ้ อะกูวเอโร่

 

คงไม่ต้องมีคำอธิบายใดๆถึงคุณภาพของกองหน้าชาวอาร์เจนติน่ารายนี้ คำถามเดียวที่ควรต้องถามคือ Liverpool พลาดการเซ็นสัญญาที่ทรงคุณค่านี้ได้อย่างไร ทั้งๆที่อะกูวเอโร่นั้นเป็นแฟนพันธุ์แท้ของ Liverpool

ย้อนรอยกลับไปในปี 2011 ซึ่งเป็นช่วงที่ Liverpool กำลังวุ่นวายกับการเปลี่ยนผ่านเจ้าของทีม FSG นั้นเพิ่งเข้ามาบริหารทีมได้ปีแรก และหลุยส์ ซัวเรส ที่เพิ่งย้ายเข้ามาในเดือนมกราคมนั้นก็โชว์ฟอร์มได้ดีเหลือเกิน ทำให้เป้าหมายหลักของ Liverpool ในตลาดซัมเมอร์รอบนั้นไม่ใช่กองหน้า แต่เป็นการคว้าตัวสจ๊วต ดาวนิ่ง และ ชาร์ลี อดัม ซึ่งเป็นกองกลางมาแทน

นอกจากนี้ แม้ว่าจะเป็นทีมที่เชียร์มาตั้งแต่เด็ก แต่ความจริงแล้ว นั่นก็ไม่ใช่ปัจจัยที่ทำให้นักเตะเลือกจะย้ายมาร่วมทีม เพราะตอนนั้น Manchester City โดยเจ้าของกลุ่มทุนจากอาหรับ ได้ซื้อนักเตะชื่อดังต่างๆมากมาย และ Liverpool ในขณะนั้น ยังไม่พร้อมกับการกระโดดเข้าสู่ตลาดนักเตะด้วยเงินก้อนโต ทำให้อะกูวเอโร่ได้ย้ายไป Manchester City ด้วยค่าตัวราว 38 ล้านปอนด์

 

วินเลี่ยน

 

นี่อาจจะเป็นมหกรรมปาดกันไปมาที่ถูกพูดถึงกันเป็นอย่างมาก เมื่อ วินเลี่ยน ดาวเตะดาวรุ่งชาวบราซิลนั้น กำลังเนื้อหอม และเป็น Liverpool ที่มีข่าวเป็นทีมแรก โดยเบรนเดน ร็อดเจอร์ ผู้จัดการทีม Liverpool ในขณะนั้นได้พยายามอย่างหนักที่จะคว้าตัววินเลี่ยนมาเสริมแนวรุกของทีมที่มี หลุยส์ ซัวเรส, ดาเนียล สเตอร์ริดจ์, สตีเฟ่น เจอร์ราร์ด และ ราฮีม สเตอร์ริ่ง เป็นแนวรุก

กระแสข่าวในขณะนั้นค่อนข้างแรง แฟนๆ Liverpool บางส่วนค่อนข้างมั่นใจว่าคว้าตัวได้แล้ว ถึงขั้นมีข่าวว่าเตรียมตรวจร่างกายแล้ว อย่างไรก็ตาม ดูเหมือนว่า เมืองลิเวอร์พูลนั้นจะไม่น่าหลงใหลเท่าลอนดอน เพราะไม่นานหลังจากนั้น กลับกลายเป็นว่า มีข่าวว่าวินเลี่ยนกำลังอยู่บนเครื่องบิน เพื่อตรวจร่างกายกับ Totteham ที่ลอนดอนแทน

แต่เหตุการณ์ก็พลิกอีกครั้ง เพราะสุดท้ายแล้ว กลายเป็น Chelsea ที่ได้ลายเซ็นของนักเตะผมฟูรายนี้ไป

ในฤดูกาลนั้น (2013-14) ทีม Liverpool จบฤดูกาลอันดับ 2 ด้วยคะแนนที่ตามหลัง Manchester City เพียง 2 คะแนน ลองคิดว่า ถ้าปีนั้นเราได้วินเลี่ยนมาเสริมแนวรุกของทีม เราจะมี ซัวเรส, เจอร์ราร์ด, สเตอร์ริดจ์, สเตอร์ริ่ง, วินเลี่ยน นึกภาพไม่ออกจริงๆจะว่าสะเด่าแค่ไหน